..ประวัติส่วนตัว..

posted on 22 Sep 2011 11:48 by nantza
Kiss มชื่อ นาย สุรนันท์ สกุลเต็ม
 
 Kissชื่ิอเล่น นาท คัฟ อายุ 19
 
     เกิด วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ.2535
 
                  ณ. โรงบาลแม่กลอง
     ที่อยู่อาศัย
                  ตอนนี้อาศัยอยุ่ ณ บ้านเลขที่8 หมู 5 ตำบล โรงเข้ อำเภอ บ้านแพ้ว จังหวัด สมุทรสาคร                         74120
     การศึกษา
                 เคยจบการเรียนที่ โรงเรียน หลวงสินธ์ราษรังสฤิทธิ์  ป.1-6 ม.1-3
 
                 วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสาคร ปวช.1-3
 
                 และกำลังศึกษาอยู่ระดับ ปวส.2
 
                 ที่วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสาคร
 
     ข้อมูลการติดต่อ
                  เบอร์โทร 0868144148
                  อีเมล poy_za_naja@hotmail.com 
 
     ทีมฟุตบอลที่ชื่นชอบ
                 แมนเชตเตอร์ชิตี้
                 สมุทรสาคร fc

การ ROOT

posted on 22 Sep 2011 11:47 by nantza

การ Root คืออะไร??

Root นั้นเป็นศัพท์ที่ได้มาจาก Linux ซึ่งหมายถึงผู้ใช้ที่มีอำนาจสูงสุด ส่วนใน Windows นั้นเรียกว่า Administrator ดังนั้นการ Root จะทำให้เจ้าของมือถือสามารถใช้มือถือได้เต็มความสามารถ อย่างเช่นการสามารถเปลี่ยนไปใช้ ROM ที่ได้รับการปรับปรุง เป็นต้น

!!! การ Root นั้นไม่ใช้เป็นการลง ROM ตัวอื่น โดยที่การ Root นั้นจะใช้เวลานิดหน่อยในการทำ และข้อมูลในเครื่องยังจะคงอยู่ !!!

โดยทั่วไปเราสามารถหาวิธี Root ได้โดยหาใน  เพียงแค่พิมพ์หาใน  ว่า ชื่อรุ่นมือถือ+root แค่นั้น โดยทั่วไปผู้ผลิตมือถือจะไม่อนุญาตให้ทำการ Root เพราะเนื่องจากกระบวนการทำนั้น ต้องอาศัยจุดโหว่ซึ่งทำให้ผู้ใช้เรียกโปรแกรมพิเศษเรียกว่า SU ทำให้ผู้ใช้สามารถเรียกใช้อำนาจ Root ได้

!!! การ Root นั้นมีความเสี่ยงที่จะทำให้เครื่องเปิดไม่ขึ้น ดังนั้นควรศึกษาข้อมูลก่อนทำการ Root !!! 

ประโยชน์ที่ได้จากการ Root

สามารถใช้ Android ได้อย่างเต็มความสามารถ

หลังจาก Root แล้ว เราสามารถแก้ไขไฟล์ของระบบ เปลี่ยนธีม ลบโปรแกรมที่ติดมาพร้อมกับเครื่อง เช่น Footprints หรือ โทรด้วยเสียง เป็นต้น

 สามารถสำรองข้อมูลได้ทั้งหมด

มือถือที่ทำการ Root แล้วนั้น ปกติสามารถสำรองข้อมูลของระบบได้ทั้งหมด เหมือนการ Image ไฟล์บนคอมพิวเตอร์ วิธีนี้เหมาะสำหรับการที่ลอง ROM ใหม่ๆ เมื่อใช้งานเสร็จก็สามารถดึง Image ที่ทำการสำรองไว้มาใช้ได้เหมือนเดิม

วิธีที่ง่ายสุดที่จะทำการสำรองข้อมูลของเครื่องนั้น สามารถทำผ่านโปรแกรม Rom Manager (หาได้จาก ) ซึ่งพัฒนาโดยคุณ Koush

สามารถประหยัดพื้นที่ได้

ย้ายข้อมูลลง SD Card

การย้าย  จะทำให้เครื่องนั้นเร็วขึ้น เมื่อทำการ Root แล้วจะสามารถย้าย  Cache ลงไปใน SD Card โดยวิธีทำนั้นก็ไม่ยากเกินไปสามารถทำตามขั้นตอนนี้

ย้ายโปรแกรมที่ลงแล้วไปใน SD Card

โดยทั่วไปแล้ว ถ้าลงโปรแกรมไปในเครื่องมากๆ จะทำให้เครื่องช้าได้ แต่เมื่อ Root แล้วก็จะสามารถย้ายลง SD Card ได้ วิธีที่ง่ายที่สุดในการย้ายโปรแกรมลง SD Card นั้น สามารถใช้โปรแกรม Apps2SD

สามารถลงโปรแกรมพิเศษได้

Android-WiFi-Tether หรือ Barnacle Wifi-Tethering 

ทั้งสองโปรแกรมเป็นโปรแกรมที่จะทำให้โทรศัพท์ของคุณเป็น Access point เพื่อทำให้อุปกรณ์อื่นสามารถใช้ Internet ได้

Super User

ไว้สำหรับอนุญาตให้โปรแกรมไหนใช้สิทธิ Root ได้

Move Cache for Root

สำหรับย้าย Cache ต่างๆ ลงใน SD Card

สามารถลง ROM ที่ทำการดัดแปลงได้

ROM ที่ทำการแก้ไขนั้น เป็นสิ่งที่ปรับปรุงมาจาก ROM มาตรฐาน ซึ่งปรับในหลายๆ ส่วนขึ้นอยู่กับรุ่น โดย ROM บางรุ่นอาจจะมีการนำ ROM มาจากรุ่นอื่นเพื่อปรับปรุงให้ใช้ในอีกรุ่นได้

(ส่วนนี้ไม่มีในต้นฉบับนะครับ)

ทั้งหมดนี้ อาจจะเป็นเพียงข้อดีเพียงส่วนหนึ่ง แต่ก็ยังมีข้อเสียอยู่ จะทำ Root ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณส่วนบุคคลนะครับ ศึกษาข้อมูลก่อนทำด้วย ส่วนใหญ่เมื่อ Root แล้วจะทำให้เครื่องหมดประกันทันที

การใช้ vm ware

posted on 22 Sep 2011 11:28 by nantza
วิธีการใช้ VMware by Mr.Jodoi
  บทความนี้เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจทดลองติดตั้ง OS หลายๆ OS ไว้ในเครื่อง PC หรือ Notebook เครื่องเดียวครับ

เช่น ต้องการทดลองติดตั้ง OS Linux บนเครื่อง Windows XP เป็นต้น เมื่อติดตั้งโปรแกรม VMware แล้วจะสามารถเปิดหลายๆ OS ได้โดยที่ไม่ต้องมีการ restart เครื่องเลยครับ โปรแกรม VMware ที่จะสอนการใช้นี้จะเป็น เวอร์ชั่น VMware Workstation ACE Edition version 6.0.4 เริ่มเลยนะครับ

ก่อนอื่นหาโปรแกรมมาติดตั้งที่เครื่องก่อน หลังจากติดตั้งเสร็จ เปิดโปรแกรมมาจะได้ตามรูปด้านล่าง

จากรูปด้านบน ให้เลือก New Virtual Machine ตามรูปด้านล่าง หลังจากนั้นให้กด Next

 

จะปรากฎ Virtual machine configuration ตามรูปด้านล่าง จะมีให้เลือก 2 ประเภทคือ Typical และ Custom เพื่อความเป็นมืออาชีพให้เลือก Custom ครับ เพราะเราจะสามารถกำหนดค่าต่างๆได้เอง แล้วกด Next

ขั้นตอนต่อไป เป็นการเลือก Hardware Compatibility ก็เลือกเป็น Workstation 6 ครับ กด Next ต่อเลยครับ

 

ขั้นต่อไปเป็นการตั้งชื่อ Virtual machine และ ตำแหน่งที่เก็บ เราสามารถกำหนดเองได้ เช่น ในตัวอย่างด้านล่างผมเลือกเก็บไว้ที่ drive D: ควรสร้าง Folder ไว้ต่างหากนะครับ

 

 

ขั้นตอนต่อไปเป็นการกำหนด จำนวน Processor เลือกเป็น One ตามรูปด้านล่าง

 

 

ขั้นต่อไปเป็นการกำหนด Memory ตรงส่วนนี้ ควรจะดู Memory ของเครื่องว่าปัจจุบันเหลือ Memory อยู่เท่าไหร่ เพราะเป็นการแบ่ง Memory มาให้เครื่อง VMware ดังตัวอย่างข้างล่าง แบ่งให้ VMware 256 MB

 

 

ขั้นต่อไปเป็นการกำหนด Network Connection ซึ่งมีให้เลือกทั้งหมด 4 ประเภท ซึ่งแต่ละประเภทแตกต่างกันดังนี้ครับ

1. Use bridged networking หมายความว่า ตัว OS ใน VMware ที่เราติดตั้งจะอยู่ใน network เดียวกับตัวเครื่อง PC หรือมองว่าสาย Lan ต่ออยู่บน Hub หรือ switch ตัวเดียวกันกับ PC

2. Use network address translation (NAT) อันนี้จะหมายความว่า VMware ที่เราติดตั้งจะออกสู่ Internet โดยผ่านเครื่อง PC ครับ โดย PC จะทำการ NAT ให้ อันนี้ทดลองเอาไว้ test ได้ครับ ว่า NAT ทำงานถูกต้องหรือไม่

3. Use host-only networking อันนี้จะหมายความว่า VMware ที่เราติดตั้ง จะอยู่บน LAN เสมือน หรืออยู่บน Hub หรือ switch เสมือนที่เราสมมติขึ้นมาครับ โดยจะสามารถติดต่อได้เฉพาะที่อยู่บน LAN เสมือนเดียวกันเท่านั้น เอาไว้ทดลองเกี่ยวกับ network ได้ครับ โดยที่ไม่ต้องเสียเงินซื้อ Hub หรือ switch จริง

แนะนำให้เลือกข้อ 1 เพราะ ตัว VMware เราจะได้ออก Internet ได้โดยตรง แต่ต้องมีการ set ค่าต่างๆให้ถูกต้องนะครับเช่น IP Address , DNS , Gateway เป็นต้น หลังจากเลือกแล้วกด Next

 

 

ขั้นต่อไปเป็นการเลือก I/O Adapter Types กด Next เลยครับ

 

 

ขั้นต่อไปเป็นการเลือก Disk ให้เลือกข้อแรกครับ Create a new virtual disk เนื่องจากว่ายังไม่เคยติดตั้ง VMware เลย

แต่ถ้าเคยติดตั้งแล้ว หรือไป load VMware ที่เคยติดตั้งเสร็จแล้วมา ก็สามารถเลือก Use an existing virtual disk ได้ครับ ส่วนอันสุดท้ายเป็นการเลือก Disk จริงเลยครับ แต่แนะนำให้เลือกข้อแรกดีกว่าครับ สะดวกดี เผื่อผิดพลาดก็ลบทิ้งได้เลยครับ

 

 

ต่อไปเป็นการเลือกประเภทของ Disk ให้เลือกเป็น IDE อันนี้ขึ้นอยู่กับประเภทของ Disk นะครับ

 

 

ต่อไปเป็นการกำหนดขนาดของ Disk ก่อนกำหนดควรตรวจสอบพื้นที่ของ Disk ปัจจุบันด้วยนะครับว่าเหลืออยู่เท่าไหร่ ตามตัวอย่างด้านล่างผมเลือก 2.5 GB

 

 

ต่อไปเป็นการกำหนดชื่อ File ครับ จะเปลี่ยนแปลงหรือไม่ก็ได้ครับ ซึ่ง File นี้จะเป็น File ของ VMware ถ้าลบทิ้ง VMware ที่สร้างมาก็จะหายไปเลยครับ

 

 

เสร็จขั้นตอนนี้เป็นการเสร็จสิ้นการจัดการด้าน hardware สำหรับเครื่อง VMware ครับ

 

 

ต่อไปให้คลิกที่ Edit virtual Machine ตรงส่วนนี้เราสามารถปรับแต่ง Hardware ได้ครับ

 

 

ขั้นตอนนี้สำหรับคนที่มี file ISO อยู่ในเครื่อง ให้คลิกที่ CD-ROM แล้วเลือก Use ISO image : แล้ว Browse ไปยังที่ที่มี file ISO อยู่ครับ สำหรับคนที่ใช้แผ่น setup OS จริง ก็เลือก Use physical drive : ครับ

 

 

ต่อไปก็เป็นขั้นตอนการติดตั้ง OS เหมือนเครื่องจริงทุกอย่างครับ ต้องมีการเปิด power โดยกดที่ปุ่มสีเขียว Powered ON ตรงไหนก็ได้ครับ

 

 

ตามตัวอย่างด้านล่างเป็นการติดตั้ง OS Linux CentOS version 5.2 ครับ

 

เมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว จะเป็นตามรูปด้านล่างครับ เท่านี้เราก็มี OS Linux ที่อยู่บน windows แล้วครับ

 

ขอเตือนหน่อยนึงนะครับ ขั้นตอนการปิดเปิด ตัว VMware ที่ติดตั้งเสร็จแล้ว เช่น Linux ให้มองว่าเหมือนเป็นเครื่อง PC จริงๆอีกเครื่องนึงนะครับ ห้ามปิดโปรแกรมเลย ให้ทำการ Shut down เหมือนเครื่อง PC จริงๆนะครับ ไม่งั้นอาจ boot ไม่ขึ้นได้เหมือนกัน เหมือนเราทำการปิดเครื่องโดยที่ไม่ได้ทำการ Shutdown ให้ถูกต้องครับ อาจต้องมีการติดตั้งใหม่นะครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์บ้างนะครับ

การJailbreak

posted on 10 Aug 2011 13:03 by nantza

Jailbreak คือการทำให้ iPhone สามารถติดตั้งโปรแกรมอื่นๆได้นอกจากที่มาจาก App Store โดยเมื่อเครื่องผ่านการ Jailbreak แล้วจะเรียกว่า Jailbroken ซึ่ง iPhone ของเราจะได้รับการติดตั้งโปรแกรมนึงที่ชื่อว่า Cydia หรือ Icy ครับ ซึ่งเราสามารถโหลดโปรแกรมอื่นๆมาลง โดยผ่านทาง  Cydia ครับ

เครื่องที่ผ่านการ Jailbreak แล้วจะมีโปรแกรม Cydia หรือ Icy ติดตั้งมาดังรูปครับ

 

cydia-on-iphone

เครื่องมือสำหรับการ Jailbreak เอาเท่าที่ปัจจุบันนิยมใช่้กันนะครับ

สำหรับ iPhone 2G ได้แก่ Redsn0w, PwnageTools

สำหรับ iPhone 3G ได้แก่ Redsn0w 0.7x, PwnageTools 3.0.1

สำหรับ iPhone 3GS ได้แก่ Redsn0w 0.8, Purplera1n

หากว่าผู้อ่านท่านใดมีความเห็นเพิ่มเติมสามารถแนะนำได้เลยนะครับ ถ้าผมเขียนขาดตกตรงไหน เพื่อจะได้ปรับปรุงครับ

เรื่องความปลอดภัยในการ Jailbreak

เป็นคำถามที่ดีมากครับ สำหรับเรื่องความปลอดภัยหลังการเจลเบรค

ซึ่งเคยกล่าวเอาไว้แล้วครับว่า การเจลเบรคนั้นจะสามารถเปิดช่องทางให้แฮ็คเกอร์นั้นสามารถเข้ามาขโมยข้อมูลของเราได้ง่ายขึ้น
ดังนั้นแอปเปิ้ลเลยกลัวจุดนี้ครับ เลยไม่อยากให้เจลเบรค

แต่ว่าก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะเลวร้ายละขนาดนั้น
การที่จะโดนแฮ็คได้อย่างน้อยเครื่องเราต้องต่อเน็ต อันตรายสุดก็ต่อผ่าน wifi ครับ ซึ่งเครื่องมืออื่นๆจะสามารถแสกนหาเจอได้
หากเราติดตั้ง OpenSSH แล้วไม่ทำการเปลี่ยน password ของ root  หละก็อันตรายมากๆครับ ดังนั้นผมก็เลยเขียนวิธีการบอกเอาไว้แล้วครับว่า
หลังจากติดตั้งแล้วให้ทำการเปลี่ยน password ด้วย สามารถอ่านได้ที่ http://www.iphonemod.net/change-root-password-on-iphone.html

ไม่ใช่เฉพาะไอโฟนเท่านั้นครับ notebook ของวินโดว์เองหรือแม้กระทั่งของแมคเอง แน่นอนพวกนั้นไม่ได้เจลเบรคแน่ๆ แต่ขาดความระวังในการตั้งค่าความปลอดภัย
ยกตัวอย่างเช่นผมไปนั่งร้านคาเฟ่ๆนึงแล้วที่นั่นมี wifi จากนั้นทุกคนก็เชื่อมต่อเข้ามาใน wifi นั้น ผมก็สามารถติดต่อเข้าไปดูเครื่องของคนๆนั้นได้ หากว่าเขาไม่รู้จัก
ระวังตน เปิดแชร์ไปทั่ว ไม่ยอมตั้